อเมริกา GDP ติดลบ แต่ทำหุ้น New High

อเมริกา GDP ติดลบ แต่ทำหุ้น New High

ในตอนก่อนหน้าที่ผ่านมา “สหรัฐอเมริกา GDP ติดลบ” จากการประกาศจำนวนการขยาย pgslot ของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ปี 2020 อยู่ที่ -32.9% โดยต้นเหตุหลักอาจหนีไม่พ้นผลพวงจากปัญหาโควิด-19 แต่ว่าสิ่งที่น่ามหัศจรรย์สำหรับหลายคนเลยหมายถึงดรรชนี S&P500 ยังมีการปรับพฤติกรรมขึ้นโดยตลอดจนกระทั่งทำ New High สูงมากขึ้นไปกว่าตอนก่อนโควิด-19 ซะอีก อย่างแรกเลยที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสถานะการณ์นี้ได้เป็นในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมากรุ๊ปธุรกิจเทคโนโลยีนั้นเติบโตมากมาย รวมทั้งในบางบริษัทก็ได้ได้ประโยชน์จากโควิด-19 ด้วย รวมทั้งเนื่องด้วย S&P500 นั้นมีรูปร่างหุ้นกรุ๊ป Technology ถึง 1 ใน 4 ก็เลยทำให้ดรรชนี S&P500 ยังสามารถปรับนิสัยขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ อเมริกา new highจ

นี้พวกเราต้องการจะให้มองเห็น pgslot จุดพิจารณา อย่างนึง หากพวกเราทดลองไปดูดรรชนี NYSE Composite Index ที่มีบริษัทรุ่นเก๋าอยู่เยอะแยะ จะมองเห็นได้ว่าเดี๋ยวนี้ NYSE Composite Index มีมูลค่าอยู่ที่ 13,001.99 (ข้อมูลวันที่ 25 เดือนสิงหาคม 2563) ซึ่งน้อยกว่าตอนต้นปีกลายเหตุโควิด-19 ที่ทำ New High ไปมากถึง 14,183.2 (ข้อมูลวันที่ 17 ม.ค. 2563) ห่างกันกว่าพันจุดหรือโดยประมาณ 10% อย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งถ้าเทียบเคียง S&P500 ในเวลาเดียวกันนั้น เดี๋ยวนี้ S&P500 อยู่ที่ 3,443.62 (ข้อมูลวันที่ 25 เดือนสิงหาคม 2563) มากยิ่งกว่าตอนก่อนโควิด-19 อยุ่ที่ 3,329.62 (ข้อมูลวันที่ 17 เดือนมกราคม 2563) หรือโดยประมาณแทบ 5% อย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยไม่แปลกเลยที่ภาพรวมของตลาดอเมริกาจะยังมองมีปัญหาแล้วก็น่าวิตกมากมาย แต่ว่าจำนวนดรรชนี S&P500 กลับทำ New High ขึ้นทุกวี่ทุกวัน เนื่องจากมีบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากขึ้นรอช่วยสนับสนุนตลาดอยู่นั่นเอง

ก่อนจะกล่าวถึงเรื่อง “สหรัฐอเมริกา GDP ติดลบ” พวกเรามาทำความรู้จักดรรชนี (Index) กันก่อน

ดรรชนี (Index) นั้นมีไว้บอกสภาพการณ์ภาพรวมของสิ่งชี้วัดนั้นๆได้แก่ ตลาดค้าหุ้นของไทยก็จะมี SET Index ที่รอบอกภาพรวมของหุ้นอีกทั้งตลาดว่าคืออะไร โดยธรรมดาแล้วดรรชนี SET Index หรือ ดรรชนีที่บอกเฉพาะกรุ๊ปอย่าง SET50 (ที่วัดเฉพาะหุ้นที่ใหญ่ที่สุด 50 ตัวแรกของตลาดหุ้นไทย) นั้นจะมีมูลค่ามากขึ้นหรือต่ำลง ก็จะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเฉพาะหุ้นใหญ่ในไทยแค่นั้น

ดรรชนีของประเทศสหรัฐอเมริกาเองอย่าง Nasdaq, DJIA, NYSE หรือ S&P500 ก็อาจจะเป็นชื่อที่พวกเราชินหูกันอยู่แล้ว ทั้งคนที่ติดตามข่าวธุรกิจแล้วก็การคลัง แต่ว่าผู้คนจำนวนมากบางครั้งอาจจะยังไม่รู้จักหรือลืมความหมายว่าแต่ว่าละตัวนั้นไม่เหมือนกันเช่นไร

S&P500, DJIA, NYSE และก็ Nasdaq ต่างกันอย่างไร ?

สหรัฐฯมีตลาดหลักทรัพย์ร่วมกัน 2 ที่หมายถึงNew York Stock Exchange: NYSE และก็ Nasdaq โดยดรรชนีที่พวกเรารู้จักทั้งผอง (S&P500, DJIA, NYSE และก็ Nasdaq) จะเป็นการดึงหุ้นในตลาด 2 ตลาดนี้มาคำนวณ ซึ่งแต่ละดรรชนีจะดึงหุ้นออกมาแตกต่าง ทำให้ดรรชนีในทุกๆวันขึ้นลงแตกต่างกัน

DJIA หรือ Dow Jones

เป็นดรรชนีที่วัดหุ้น 30 ตัวที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯจากทุกๆหมวดธุรกิจหลัก (Sector) นอกจากหมวดสาธารณูปโภค (Utilities) แล้วก็ขนส่ง (Transportation) จากอีกทั้ง NYSE รวมทั้ง Nasdaq โดยเหตุนี้ ดรรชนี DJIA จะมีไว้ใช้วัดภาพรวมของหุ้นยักษ์ใหญ่โดยยิ่งไปกว่านั้น


Nasdaq Composite Index

เป็นดรรชนีที่วัดรวมหุ้นทั้งผองที่ขึ้นทะเบียนในตลาด Nasdaq ซึ่งมีอยู่รวมกันกว่า 3,500 บริษัท โดยเป็นการวัดที่กว้างกว่า Dow Jones อย่างชัดเจน แม้กระนั้นบริษัทจำนวนมากใน Nasdaq นั้นมีรูปร่างน้ำหนักที่เบนไปทางหุ้นเทคโนโลยีโดยมาก ด้วยเหตุนี้ ภาพรวมของดรรชนี Nasdaq ก็จะออกจะหวั่นไหวไปทางหุ้นกรุ๊ปเทคโนโลยีเป็นพิเศษ

S&P500

ทำขึ้นโดยบริษัท Standard & Poor โดยจะเป็นการวัดหุ้น 500 ตัวจากทุกๆภาคธุรกิจทั้งยัง NYSE แล้วก็ Nasdaq รวมกัน โดย S&P500 นั้นคิดเป็น 75% ของหุ้นทั้งผองในตลาดของประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าจะเป็นการคัดเลือกจากหุ้นใหญ่ 500 ตัว แต่ว่าก็เป็นการคำนวณที่สะท้อนถึงภาพรวมของตลาดทั้งสิ้นของสหรัฐฯก้าวหน้า
NYSE Composite Index

เป็นดรรชนีศูนย์รวมหุ้นที่ลงบัญชีในตลาด New York Stock Exchange: NYSE กว่า 2,400 บริษัท ราวกับ Nasdaq Composite Index แม้กระนั้นสิ่งที่ไม่เหมือนกันเป็น NYSE เกิดมาก่อนแล้วก็หุ้นส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่อยู่มานาน ก็เลยมีมูลค่าตลาดโดยรวมมากยิ่งกว่าหากแม้มีปริมาณบริษัทน้อยกว่า แล้วก็มีความปั่นป่วนที่น้อยกว่าด้วยเหมือนกัน

หากจะเข้าหัวใจและก็ตีความหมายดรรชนี (Index) พวกเราจำเป็นต้องรู้เรื่องว่าดรรชนีที่พวกเรากำลังมองนั้นมีอะไรบ้างก่อนเสมอ

การให้น้ำหนัก (Weight) นั้นมีความจำเป็นสำหรับในการแปลความดรรชนีนั้นๆเพราะว่าดรรชนีเป็นการนำราคาและก็ราคาของบริษัทหลายๆบริษัทมาคำนวณรวมกัน ด้วยเหตุนั้นการที่พวกเรารู้เรื่องการให้น้ำหนักจะช่วยทำให้พวกเราแปลความแนวทางของดรรชนีก้าวหน้าเพิ่มขึ้น

เราว่าหลายคนอาจจะเคยพบสถานะการณ์ที่ดรรชนีรวมตลาดอย่าง SET Index ปรับนิสัยขึ้น แม้กระนั้นหุ้นที่พวกเราพึงพอใจกลับมิได้ไปในทำนองเดียวกัน เหมือนกับการที่พวกเรามอง Nasdaq Composite Index ซึ่งมีรูปร่างของหุ้นที่เป็นเทคโนโลยีออกจะมากมาย ด้วยเหตุนี้หากแม้ภาพรวมหุ้นอื่นบางทีก็อาจจะมองไม่ค่อยดีนักแม้กระนั้นแม้หุ้นเทคโนโลยีส่วนมากเติบโตดี Nasdaq Composite Index ก็บางทีอาจสะท้อนออกมาเป็นบวกนั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *